อิน VS กนก

คัดเอา ส่วนหนึ่งของหนังสือ เปิดตำนานอินทรอาชีวศึกษา มาให้อ่านคับ
ตัวผมเองเรียนรอบเช้า บ้านอยู่ยานนาวา เลยต้องกลับสาย1 ก่อนหน้านั้น ยังไม่เกิดอินทรสาย1 อย่างเต็มตัวนัก จะมีหลักๆอยู่4แกงค์ใหญ่ คือ 80 , 82 , 32 , 39 ส่วนแก็งค์เล็กก้อคือ2ด่วน สายหนึ่งมาก่อตั้งเป็นทางการก้อตอนที่ผมเข้าอินนี่เอง ก่อนนั้นมีอยู่2คนที่กลับสายหนึ่ง คือไอ้ป๊อบ กับไอ้เหลิม แต่ก้อไม่ค่อยได้กลับด้วยกันเท่าไหร่ เพราะไอ้ป๊อบ จะชอบกินเหล้า ก้อจะตระเวณทัวร์กินตามแกงค์ต่างๆโดยเฉพาะไปกับ2ด่วนนี่บ่อย แต่ไอ้เหลิมเค้าไม่ค่อยกินเหล้า ก้อเลยกลับเองคนเดียวประจำ สาย1 ก้อเลยยังไม่เป็นสาย1 ส่วนรอบบ่ายก้อมีไอ้เกียร์ติ อยู่คนเดียว จนปี2536 ที่ผม ไอ้เอ(อูรอน) ไอ้โอ๋(เจ๊ก) ไอ้เต๋า (หมาว๊อ) เข้ามา เราเลยรวมกับอีกสองหน่อที่อยู่ก่อนแล้ว เกิดเป็นอินทรสาย1เต็มตัว ส่วนรอบบ่าย ก้อมีเข้ามาหลายคน สาย1เราจะมีที่สิงสถิตย์อยู่ที่วัดราชสิงขรกับที่มัสยิดบาหยัน ตรงแยกปากตรอกจันทน์(ตรงบาหยันนี่ตอนที่ผมเรียน จะเหลือแต่อินเก่าแล้ว) โจทย์ของอิทรสาย1 เต็งจ๋ามาเลยก้อคือกนก(กนกเทคโนโลยี) ซึ่งก้อเป็นรร. หนึ่งใน4คิง ที่ได้แก่ อิน กนก BU ชื่น ด้วยความที่บ้านพวกเราอยู่แถวรร. กนก เราจึงเจออริรายนี้บ่อยสุด (ซึ่งปีก่อนหน้านั้นพวก80กับ82บ่าย มาถล่มกนกกันหลายครั้ง จนกนกคิดว่าอินทรสาย1นี่มีเยอะ) เปิดเรียนวันแรก ก้อโดดเรียนกันเลย ไอ้นะ82 ณ. บาหยัน พาพวกเราไปส่งเด็กมันที่อาชีวเอี่ยมละออ (ตรงสวนพลู) แล้วก้อเข้าไปนั่งดูหญิงเอี่ยมที่ร้านดังกิ้นโดนัทที่อยู่ตรงข้ามเอี่ยมพอดี เลย (ปัจจุบันร้านปิดไปแล้ว) ก้อได้เรื่องเลย กนกน้ำบานสาย22 มาถึงประมาณ9โมงกว่าน่าจะได้ พวกเค้าเห็นพวกเราก่อน เรามาเห็นกันตอนที่พวกเค้ากำลังวิ่งจะข้ามถนนมาจากทางฝั่งเอี่ยมชักมีดปาด ตาลเข้ามาหาเรา ไอ้เหลิมเห็นก่อน เลยตะโกน “เฮ้ยกนก” พร้อมกับชักดาบออกมาวิ่งสวนเข้าหากนก พวกเราก้อรีบลุกพร้อมกับชักของตามกันไป กำลังจะปะทะกันกลางถนนอยู่แล้ว ตำรวจสายตรวจขับมาพอดี ตะโกนมาว่า”เฮ้ย พวกมึงจะทำไรกัน” เท่านั้นแหละกนกวิ่งออกซ้ายไปทางเทคนิดกรุงเทพ ส่วนอินทรวิ่งออกซ้ายเข้าซอยข้างร้านดังกิ้นไป โชคดีที่ตำรวจเลือกตามกนก เราจึงเข้าไปหลบตำรวจในร้านก๋วยเตี๋ยวในซอยด้านหลัง นั่นคือการปะทะกับกนกครั้งแรกของผมในชุดของอินทร หลังจากนั้น ก้อประทะกันบ่อยมาก ทั้งตอนเช้าตอนเย็น (กนกมีทั้งรอบเช้ารอบบ่าย) แต่ส่วนใหญ่จะเป็นตามรายทางขากลับซะมากกว่า แต่ต้องยอมรับว่ากนกไม่ใช่พวกขี้ไก่ ที่คุณวิ่งเข้าใส่แล้วจะวิ่งหนี ถ้ากำลังพร้อมกนกก้อวิ่งเข้าใส่ไม่ถอยเหมือนกัน และเวลาแจ็คพอตของผมก้อมาถึงช่วงประมาณเดือนกรกฎาคม ของปี36 ไอ้เหลิมย้ายบ้านไปอยู่พุทธมนฑลสาย4 แล้ว ส่วนไอ้ป๊อบไปกินเหล้ากับสองด่วน เหลือกลับบ้านกัน4คน คือผม ไอ้ว๊อ ไอ้เจ๊ก ไอ้อูรอน ตอนเย็นเลิกเรียนแล้ว ไอ้เกียรติที่อยู่รอบบ่ายเข้าไปที่โรงเรียนก้อได้ข่าวจากในรร.ของเรา ว่ากนก จะมาดักเล่นสาย1 ไอ้เกียรติรีบขึ้นเรือข้ามฟาก แล้วขึ้นรถมาที่หาพวกเราที่สนามหลวงก้อไม่เจอ นั่งรถตามไปที่อู่สาย1 ก้อไม่ทันแล้ว พวกเราออกมาจากสนามหลวงแล้ว วันนั้นเราขึ้นมินิบัสกลับมา รถก้อติดเหมือนทุกวัน เราผ่าน หัวลำโพงที่ปกติจะเจอกนก34 ก้อไม่เห็น ผ่านสี่พระยา จะเจอกนกคลองสานก้อไม่เห็น เหลืออีกสองจุดใหญ่คือป้ายบางรักกับป้ายสะพานปลา ผ่านบางรัก เงียบ ไม่มี ลางสังหรณ์แปลกๆชักมาแล้วสิ มันรู้สึกตะหงิดๆไงไม่รู้ เหลือแต่ป้ายสะพานปลา (ซึ่งปกติที่เรากลับบ้านทุกวันเราจะต้องระวังตัวตามจุดต่างๆที่ผ่านมาตามที่ กล่าวนี่แหละ) รถก้อติดแหง่กตั้งแต่หน้าวัดสุทธิ คนบนรถก้อแน่น รถค่อยๆขับมาเรื่อยๆแบบช้าๆไอ้เจ๊กยืนอยู่ที่ประตูหลัง ผมยืนต่อจากมัน แล้วก้อไอ้อูรอน กับไอ้ว๊อยืนด้านหลัง รถไหลมาเรื่อยๆไอ้เจ็กเอาอีดาบวางไว้ข้างประตูรถ ตั้งแต่ป้ายหัวลำโพงแล้ว ส่วนของผมมีมีดดายหญ้าหัวโต พอรถไหลมาถึงป้ายรถเมล์หน้าสะพานปลา ภาพแรกที่เห็นคือ กนกใส่ชอปยืนอยู่ ประมาณด้วยสายตาน่าจะสัก7-8คน มีคนนึงยืนกำปืนปากกาอยู่ แวบแรกในความคิดพวกเราในใจคิดว่าเต็มที่ก้อแค่คนละ2ต่อ1 ล่ะวะ คนที่ถือปืนปากกาอยู่ยังไม่ทันได้ขึ้นนกเอาไว้ สมองก้อสั่งการฉับพลันถ้าเราไม่ลงพี่กนกเค้าคงขึ้นลำปืนปากกาในมือแน่ๆ ผมตะโกน”ไอ้เจ๊กลง”ไวกว่าคำผม ไอ้เจ๊กคว้าอีดาบโดดลงไป ผมโดดตามลงไป กนกกลุ่มนั้นไม่ทันตั้งตัว วิ่งหนีย้อนไปทางวัดสุธิ เราสองคนวิ่งตามไป ผมเหลียวกลับไปมองด้านหลัง… โอ้โห กนกอีก ยี่สิบกว่าคนอยู่ด้านหลัง เค้ารีบวิ่งไล่ตามมา(ในใจตอนนั้นคิดแค่ว่า ขอผมวิ่งล่วงหน้าไปสัก100 เมตรก่อนได้มั้ย) ไอ้อูรอนกับไอ้ว๊อโดดลงมาไม่ทัน กนกวิ่งเข้าไปฟันถึงที่ประตูรถ เลยต้องปะทะกันอยู่ตรงรถนั่น ส่วนผมวิ่งตามกนกได้ไม่กี่ก้าว พอเค้าตั้งหลักได้ คนตัวสูงตะโกนบอกเพื่อนๆว่า”เฮ้ย อย่าวิ่ง สวนมันเด่ะ” แล้วเค้าก้อหันมาชักดาบฟันลงมาหาผม ผมก้อฟันสวนขึ้น เพราะเค้าตัวสูงกว่า ผลคือผมหัวแตก เค้าเอ็นแขนขาด ปะทะกันอยู่แป็ปนึง ผมก้อวิ่งฉีกออกมาทางกลางถนนได้เนื่องจากรถติด กอปรกับกนกเยอะเหลือเกินเอาไม่ไหว วิ่งจะข้ามถนนเหลือบไปเห็นไอ้เจ๊ก วิ่งกลับไปหากลุ่มกนก เลยหยุดวิ่งเลี้ยวกลับไปตะโกนเรียกไอ้เจ๊กพร้อมกับจะกลับไปหามัน เท่านั้นแหละความรู้สึกดังปั่ก! ทางด้านหลัง ผมโดนกนกที่วิ่งตามมาด้านหลังฟันเข้าที่สะพายแล่งหลังทางไหล่ขวา (ซึ่งมารู้ทีหลังว่าไอ้คนที่ผมคิดว่าเป็นไอ้เจ๊ก น่ะจริงๆแล้วไม่ใช่เค้าคือกนก เค้าวิ่งกลับไปหาพวกเค้า) ความรู้สึกตอนนั้น เหมือนหลังเราจะหัก ไปตามแนวยาวของสันหลัง เจ็บแปล็บทันที ผมเลยวิ่งฉีกข้ามถนนไปเลย แล้วถอดหมวกขอทานที่สวมอยู่ออก เลือดที่เกิดจากโดนฟันหัวจากการปะทะครั้งแรก ซึ่งตอนแรกไม่รู้ตัวว่าแตก ก้อไหลพลูลงมาบนหน้าผม ผมวิ่งไปทางป้อมตำรวจแยกปากตรอกจันทร์ ไปให้ตำรวจพาส่งโรงบาลด้วยเลือดที่โชกตัวทั้งหัวทั้งหลัง ตำรวจจึงส่งขึ้นมอไซด์รับจ้าง ไปส่งโรงบาลเลิดสิน ระหว่างทาง ช่วงผ่านหน้าวัดสุทธิ ผมเริ่มหายใจติดขัด ตาพร่ามัวจนมองไรไม่เห็นแล้ว ผมได้แต่พูดในใจว่าพ่อแม่ ผมขอโทษ ผมคงไม่ได้อยู่ทดแทนคุณอีกแล้ว(ในใจตอนนั้นคิดว่าเราไม่รอดแน่ๆแล้ว) ไปถึงโรงบาล ผมเสียเลือดมาก ต้องให้เลือดถึงหกถุง และต้องผ่าตัดด่วน เพราะแผลรอยฟันที่หลังลึกมาก รักษาตัวอยู่เดือนกว่า ถึงจะกลับมาเรียนได้
พลาดเมื่อไหร่ นั่นหมายถึงชีวิตทั้งชีวิต แต่ผมไม่เคยเสียใจ กลับดีใจสะอีกทีเราใส่กันในแบบวิถีของชาวอาชีวะ ใส่กันซึ่งๆหน้า ถ้าไม่สู้ก้อมีทางให้หนี ไม่ใช้วิธีการอุ้ม แอบ ลักพาตัว เพื่อไปยิงทิ้งโดยที่เค้าไม่มีโอกาสได้สู้หรือหนี วิธีแบบนี้ไม่ใช่วิถีแห่งเราคับ
โดย: รั้วเขียว-แดง

หนึ่งความคิดบน “อิน VS กนก

  1. ธรรมเนียมที่อินทร ปฏิบัติสืบต่อกันมาก้อคือ ทุกคนจะมีเสื้อชอปคนละแค่ 1 ตัว (ชอปแท้ที่เป็นของโรงเรียน ) และเสื้อชอป เราจะไม่เหน็บตูดเป็นอันขาด ก่อนใส่ชอป และทุกครั้งที่ถอดชอป เราจะต้องไหว้ทุกครั้ง และไม่วางชอบไว้กับพื้น ไม่ซักรวมกับกระโปรงหรือกางเกงเด็ดขาด และเพราะเรามีชอปแค่คนละตัว ดังนั้นเราจึงมีการเช็คชอปกันอยู่เนืองๆ ว่ามีของใครหลุดหรือโดนตบไปบ้างมั้ย ซึ่งหากมีเหตุการณ์ทำนองนี้เกิดขึ้น แน่นอนว่า เราจะไม่นิ่งดูดาย ต้องหาสาเหตุว่าทำไมและทำอย่างไรให้เอากลับมาได้เร็วที่สุด ซึ่งโดยปกติแล้วแต่ละแกงค์จะมีวิธีและระบบในการจัดการเรื่องพวกนี้กันอยู่ แล้ว
    ประเพณีอีกอย่างของพวกเราคือ “อินทรไม่มีรุ่นพี่หรือรุ่นน้อง อินมีแต่รุ่นเพื่อน” ดังนั้น เราจึงไม่มีการเรียกพี่ และไม่มีคำว่าน้อง ในรั้วของอินทร เด็กปี1 ห้ามเรียกปี2 ปี3 ว่าพี่เด็ดขาด ถ้าพูดล้วไม่เชื่ออาจโดนตบได้ (มีตัวอย่างให้เห็นกันด้วยเพราะดันไปเรียกปี3ว่าพี่) ฉะนั้นจะคุยกันต้อง”มึงกับกู”เท่านั้น
    โดย: รั้วเขียว-แดง

  2. จากอดีตที่ฝังไว้มานาน รอการตกผลึกแล้วถ่ายทอดให้ชนรุ่นหลังๆได้เรียนรู้ว่าดี-เลวนั้น ผลสุดท้ายมันเป็นอย่างไร……….ยุคคุณชื่นเป็นยุคแรกๆที่ชื่นเล่นกับอิน ส่วนยุคผมหนักมากๆศึกรอบด้าน ชื่น,กนก,BU,และก้อบรรดาศิลฯ แต่ประปราย คอนเสิร์ตไม่ต้องเหลายุคนั้นเป็นยุคแห่งเสียงเพลงเพื่อชีวิตและก้อเพลงร็อก เคป๊อบอย่างได้โผล่มา ยังจำได้นั่งผ่านหน้าโลกดนตรี คริสติน่ามา พวกเราก้อฮาดูว่าจะมีเด็กช่างมาหรือป่าว มีจริงๆ พวก สพช.(ขอโทษที่พาดพิง) ฮาแตกเลย ตริสติน่ามรึงยังดู หง่า….

    พอถึงยุคมืดของพวกเราโรงเรียนโดนยุบ ไอ้เราก้อเจือกเรียนแม่งยันยุบเลยได้เห็นสัจจะธรรมว่า”ไม่มีใครอยู่ค้ำฟ้า” อินรุ่นสุดท้ายไปที่ไหนก้อมีแต่คนจะเล่น ไอ้เราก้อสู้แบบหมาจนตรอกสู้บ้างถอยบ้างตามโอกาส…..จนมาคอนเสิร์ตสุดท้าย ขจริงๆของพวกเรา ที่สนามหลวงงานอะไรสักอย่างจำไม่ได้ พวกเรารวมตัวกันมากที่สุดได้แค่ ไม่เกิน50 เดินเข้าสนามหลวงอย่ามุ่งมั่น ฝ่าแนวสห.เข้าไป เริ่มโดนโห่ โดนแขวะ เราก้อสู้แต่ยังไม่ทันได้บู้ ไอ้ วินิจ เลิศรัตนะชัย ด่าพวกเรา หาว่าพอเข้ามาก้อก่อความวุ่นวาย ก้อตั้งแต่เดินเข้ามา โดนแขวะตลอด เราจะไม่เถียงได้ไงละ สุดท้ายคุณพี่สห. มาเชิญเด็กอินออกจากงาน เลยปิดฉากคอนเสิร์ตสุดท้ายของชาว”อินทร”แบบงงๆๆ….เฮ้อๆ…..วันนี้พอแค่ นี้ก่อน……
    โดย: ก่อสร้างกบฏ

  3. แปลกแต่จริง ใน4 ร.ร. ไม่ว่าเจอกันงานไหน มักจะแยกคู่กัน ชื่นอยู่ตรงไหน อินจะไปตรงนั้น อินอยู่ฝั่งไหน เด๋วชื่นจะเดินไปหา ในทางกลับกัน BU กับกนก เค้าก้อจะผูกพันกัน มักจะไปรวม ไปอยู่ในมุมหรือฝั่งเดียวกันในงานคอนเสิร์ตต่าง 7สี อินกับชื่นก้อจะอยู่ด้านหลังคู่กันตลอด ไม่เคยแยกสักที บูกับกนก ก้อจะอยู่ด้านซ้ายด้วยกันตรงนั้น
    แม้กระทั่งงานเข้าค่ายอาชีวะสันติตอน ปี37 จัดโดยกรมตำรวจ จัดแบ่งเป็น2รอบ รอบละ10กว่า ร.ร. ชื่นกับอินยังอยู่รอบเดียวกันเลย กนกกับบูเค้าก้ออยู่อีกรอบนึง จำได้ว่ารอบผมเนี่ยโจทย์เพียบ อินไปถึงที่ค่าย(ร.ร. พาณิชย์ราชดำเนินที่สาย2) เป้นกลุ่มท้ายๆ ลงรถปุ้บ พวกเราก้อสอดส่ายสายตาเลยว่า มี ร.ร. ไหนมาบ้าง แล้วก้อมาสะดุดที่เกลอเก่าชุดดำทะมึน ยืนจ้องหน้าพวกเราแบบเอาเป็นเอาตาย(นึกในใจ นี่เราไปติดหนี้พี่ๆเค้ารึป่าวหว่า เค้าถึงจ้องเขม็ง ขนาดนั้น55) ตำรวจก้อจับพวกเราแยกเลย กระจายกันไปอยู่ใน10กลุ่มที่จัด จากนั้นเค้าก้อกล่าวเริ่มงาน แถมขู่ด้วยว่า ถ้าคัยมีเรื่องกันในนี้ คุกอย่างเดียว ดำเนินคดีทันที เพราะงานนี้ ตร. เป็นคนจัด ก้อเลยปรามจิตใจพวกวัยร้อนลงไปได้ พอพักเข้าห้องน้ำเท่านั้นแหละจะใส่กันในห้องน้ำให้ได้เลย อินกับชื่น พกท กับ กวศ ปทุมวันกับอุเทน แยกคู่กันเลย จะซัดกันให้ได้ ดีว่าพี่ๆตำรวจ เข้ามาสกัดทัพไว้ก่อน จากนั้น 3วัน2คืน จ้องกันตลอด คอยหาเวลาเหมาะๆเมื่อไหร่ จะเล่นกันให้ได้ จะไม่มีคัยเดินเดียวกัน กลับกันเราก้อคอยมองพวกพี่ชื่นเค้าว่า จะมีคัยแยกออกจากกลุ่มบ้าง แยกเมื่อไหร่ จะแอบตามไปเก็บกัน เพราะคืนแรกแรก ปี1ผมโดนชื่นรุมเก็บไปยกนึงตอนนอน เรายังเอาคืนไม่ได้ แล้วก้อมาสบโอกาส ตอนขากลับจนได้ อินเดินมาถึงที่รถก่อน ระหว่างรอขึ้นรถพี่ชื่น ก้อเดินเดินกันมาที่รถเค้า ซึ่งต้องผ่านเรา พอเดินมาถึงกัน การประลองวาจาก้อเกิดขึ้นอีกครั้ง คราวนี้ด่ากันได้ไม่กี่คำ ไอ้ตี๋อิน39 ก้อกระโดดใส่กับ โก้ ชื่น39(ขอโทดที่เอ่ยชื่อนะเพื่อน อิอิ) แต่ใส่กันได้ไม่กี่หมัดอาจารย์ก้อแยก ตำรวจก้อออกมาตรงนั้นพอดี และก้อเป็นไอ้โก้เนี่ยแหละ ที่ยียวนกวนบาทาพวกเราไว้สุดติ่งเลยตอนอยู่ในค่าย เลยจำหน้ามันได้แม่นที่สุดในกลุ่มเค้า แต่ทุกวันนี้เหรอ เมื่อคืนยังไปเตะบอลกับมันอยู่เลย เตะเสร็จ ก้อไปนั่งกินเตี๋ยวเป็ดกันต่อ ตามด้วยเบียร์อีกพอขำๆ อย่างที่ทุกคนบอกแหละคับ นักเลงขอกันกินมากกว่านี้ จากคนที่เกลียดกันเข้าไส้ ไปๆมาๆ บรรดาโจทย์เก่าๆ ก้อกลับมาคบกันเป็นเพื่อนทั้งนั้น
    โดย: รั้วเขียว-แดง

  4. ผมรู้จักคนหนึ่ง พี่เขาอยู่แถวบ้าน (ตลาดพระวงเวียนเล็ก)

    ชื่อ เด๊ะ ครับ พี่เขายังเอาช๊อปมาให้ดูเลย

    แล้วก็เล่าความหลังให้ฟังนิดหนอย พี่เขาบอกว่าอยู่สาย 80 ก ดีดวดครับ

    เป็นรุ่นน้องพี่ ยม แกบอกแกอยู่ในเหตุการหนึ่งที่ยิงกรอก.. บนรถเมล์ด้วยครับ
    โดย: MonSter Black

  5. ยมอินทร80
    เห็นมีพูดถึง ยม80กันหลายคน จะบอกเล่าในมุมที่คนนอกไม่รู้เรื่องยมให้ฟัง
    ยม80 เข้าอินมารุ่นหลังผม 1ปีหรือ2ปีจำไม่ได้ ยมออกมาจากปิ่นมณฑล ยมเป็นอิน ในระดับตำนานของแก็ง80 จิง อาจจะเป็นรอง โจ้80 สักนิดหน่อย(โจ้80นี่ ตำนานที่ยิ่งใหญ่ของ80 ตัวจริงเสียงจริงตลอดกาล) แปลกแต่จริง ทั้งโจ้ ทั้งยม มีลักษณะคล้ายกันคือ หน้าตาออกตี๋ๆเหมือนกัน ผมหยักศกเหมือนกัน ตัวผอมๆ สูงๆเหมือนกัน บู๊ระห่ำเหมือนกัน ในรุ่นของยมแล้ว เค้าเป็นคนที่โดดเด่นมาก ใจนักเลง ใจกว้าง รักพวกพ้อง ยมไม่เคยรังแกคัยที่ไม่ใช่โจทย์ ดังนั้นพวกเด็กผ้ามันแถวฝั่งธนที่รู้จักยม จะรักและชื่นชมยมมากในวงกว้างที่เดียว รุ่นของยมในแก็งค์80นี่ แสบๆกันทั้งนั้น ไว้ใจกันได้ทุกคน ยมเป็นคนอัธยาศัยดีมากๆ ยามอยู่กับเพื่อน ไม่มีการวางฟอร์ม หัวเราะเล่นหัวกันได้ตลอด ยมเล่นตระกร้อเก่งมาก ตอนเรียนอินยมมันเป็นเต้ยเรื่องนี้มาก เล่นกินตังกันเรื่อย แพ้มันบ่อยๆ วันที่ยมเสีย อินทุกคนเจ็บ ถึงแม้ว่าตอนนั้นอินจะปิดไปแล้วก้อตาม เราได้รวมตัวกันในงานศพยม มีการจัดการบางเรื่องเพื่อยม(ขอสงวนเอาไว้ละกัน) จากที่คนเพาะช่างเล่ามา ยมโดนยิงถึง5นัด แต่ไม่เสียตรงนั้น ไปเสียที่โรงบาลหลังจากนั้นอีก4 ชม. สถาบันไหนยิง คงไม่ต้องบอกแล้ว ยมอยู่ในเหตุการณ์ 14 ก.พ. 38 ปีที่อินยิงกัน4มุมเมืองกับสีน้ำเงินในวันเดียว นั่นจึงเป็นสาเหตุให้ยมไม่เคยยอมให้สถาบันนั้น เมื่อเจอกัน(ขออภัยที่อ้างอิง)

    ขอไว้อาลัยให้ยมอินทร80 หลับให้สบาย….เพื่อน
    โดย: รั้วเขียว-แดง

  6. ผมเคยพบคุณยม อินทรครั้งเดียวในงานวันเกิดเพื่อน เป็นอย่างที่คุณรั้วเขียว-แดง พูดนั่นแหละครับ พูดคุยเป็นมิตรไม่วางฟอร์ม คนมางานก็มีมาหลายโรงเรียน (คุณยมมีแฟนคลับเป็นมัธยมเด็กขาสั้นซ่าๆเยอะ) มาเจอรุ่นพี่ที่เคยสัมผัสกับคุณยมแต่อยู่คนละแผนกที่เพาะช่างเค้าเล่าเรื่อง ยม ให้ฟังว่าสุดยอดจริง ร่วมไว้คารวะและอาลัยกับตำนานคนจริงด้วยครับ
    โดย: แลกเปลี่ยนเรียนรู้

  7. อืมมม เพิ่งเข้ามาอ่าน วันนี้งานค่อนข้างจะยุ่งครับ ยินดีต้อนรับครับ รั้วเขียว-แดง คุณเพิ่มมุมอง เรื่องราวในอดีต ใด้เยอะครับ แหมเมื่อคืน เตะบอล เสร็จ ยังไปกินเบียรื กับรุ่นน้องผมอีก อิจฉาครับ อยากใปมั่งจัง บอก โก้ 13. ด้วยครับ มีคนคิดถึง ยินดีครับ ยินดี ที่ คุณ รั้วเขียว-แดง และคุณ ก่อสร้างกบฎ เข้ามาเล่าเรื่องราวในอดีต ให้พี่ๆน้อง ในเว๊ปใด้อ่าน และเข้าใจในวิถีแห่งเรา นักเรียน-นักเลง ในยุคนั้น บางอย่างที่พวกเรา ใด้เจอ ใด้สัมผัส ในยุคนั้น ยังมี บุคคล บางจำพวกไม่เข้าใจ หรอกครับ ว่าการเป็น นักเรียน-นักเลง ต้องทำยังงัย ถึง สถาบันของพวกเรา จะปิดไปแล้ว แต่ผมก็ยัง ภูมิใจ ที่ว่า เราใม่เคยเล่นใครลับหลัง เรามีแต่ต่อหน้า เรายังมี การต่อยกันแบบตัวต่อตัว นี่คือเราครับ 4 สถาบัน ที่คนในยุคนั้น ที่มีทั้งรักเราและเกลียดเรา
    โดย: ชื่นเก่าแต่ใม่แก่

  8. ขอเหลาต่อ อีกนีสสสนึง ผมเคยใด้ยินมาครับ กับ ใอ้คำพูดที่ว่า ถ้ามรึงรัก สถาบัน มรึงจริง มรึงยอมให้ปิดไปทำมัย ทำมัยใม่รวมตัว รักษากันเอาใว้ โธ่ ๆๆ สถาบันอย่างพวกผม มีเส้นมีสายกันที่ใหน ศิษย์เก่าที่จบไป ก็ลูกคนธรรมดา ใม่มีใครใหญ่โต ถึงขนาดที่จะชี้ฟ้า สั่งดิน ใด้หรอกครับ เราเป็นสถาบันเล็กๆ เรื่องสถานที่ครับ แต่ใจของเรายิ่งใหญ่ครับ เรามีความเป็น นักเรียน-นักเลง เรามีวิถีแห่งเรา ถึงหน้าตาจะใม่หล่อ ใม่รวย แต่ใจพวกเราหล่อครับ (ยืมสำนวนมาใช้555+) ว่ากันแบบขำๆครับ คุณรั้วเขียว-แดง -เราอยู่ของเราดีกว่าครับ ล่อกันอยู่แค่4ร.ร. แค่นี้ก็ ประสาทกลับ แล้วครับ แต่อย่าลืมน่ะครับ คุณกับผม มันเป็นคู่ต่อกร ที่เหมาะสมกันจริงๆ ฟ้าสั่งให้ ชื่น มาเกิด ทำมัย ต้องมี อินทร มาด้วย รักจริงๆ พ่อรูปหล่อ(อินทร) รักใม่ลืม ขำๆน่ะครับ5555

    โดย: ชื่นเก่าแต่ใม่แก่

  9. เคยมีคนเล่าให้ฟังว่ายมอิน80เคย โดนเด็กตลิ่งชันยิงแล้วเด็กตลิ่งโดนตำรวจจับพร้อมปืนยมไปที่โรงพักจำเด็ก ตลิ่งชันได้แต่ยมไม่กับจี้จับเด็กตลิ่งคนนั้นตลิ่งคนนั้นก็เลยเกมส์แค่ปืน ไม่โดนพยายามฆ่ายอมรับยมจริงๆใจนักเลง
    ทันยม80ไว้อาลัยด้วยคับ

  10. สงสัยคาใจ มานานมากแล้ว ว่าทำไมยุคนั้น อิน ไม่เล่นกับ กสด ครับ ทั้งๆที่ อิน เล่นกับก่อสร้างแทบจะทุกที่ แต่ทำไมถึงไม่มีเรื่องกับทาง กสด หว่า คาใจมาหลายปีแล้วนะเนี่ย

  11. อย่าไปกล่าวเช่น นั้นเลย อินไม่ใช่สักแต่จะเล่นคับ ก่อสร้างที่เราเล่นจิงๆคือที่เดียว คืออุเทน ส่วนพี่ชื่นเค้าก้อพันธ์เดียวกับอิน คือไม่ยอมลงให้อุเทน ทั้ง 2 รร นี้เลยเล่นกับอุเทน แต่ก้อไม่ได้หมายความว่า ทั้ง2สถาบันจะเล่นก่อสร้างทุกที่ ไม่ว่าจะ กสด. เปรม ปิ่นมณฑล ช่างอุต ราชสิทธ ดอนเมือง ฯลฯ เราก้อไม่ได้ยุ่ง ส่วนนึงคือเราไม่ยุ่งกับผ้ามัน และอีกอย่าง พวกเราก้อมาจากโรงเรียนก่อสร้างจากผ้ามันกันทั้งนั้น ก้อเลยไม่มีเหตุผลที่จะไปเล่นกับเค้านี่ อีกอย่าง ความคิดของพวกเรา ไม่เคยแบ่งแยกเฟืองหรือดิ่งออกจากกัน ถ้าเป็นโจทย์ จะดิ่งหรือจะเฟือง ก้อเป็นโจทย์วันยังค่ำ

  12. ผมมีความรู้สึกว่า ทำมัยทุกวันนี้ เด็กช่างยุคหลัง ถึงบ้ารุ่น บ้าระบบ กันมากมาย มันคืออะไรครับ กับใอ้คำว่าระบบ หรือรุ่น สมัยผมเดินเข้ามาเรียนที่ ชื่น ใส่ช๊อปสถาบันเก่ามาด้วย ก็ใม่เห็นจะมีอะไร แล้วก็ใม่มีใครบังคับให้ถอด ใส่กันเยอะหลายสถาบัน ยุคผมในชื่น มีทั้ง กนก อินทร ดอน ยะเขน ยะนน อุเทน และอีกหลายสถาบัน ก็อยู่กันแบบ เพื่อนฝูง เฮฮา กินเหล้า เมาเนื้อ เมากาว ตีกับ ชาวบ้านเขาใปทั่ว พอเปิดการศึกษาใหม่ มีคนใหม่มาเข้า พอเรา ชื่นเก่า ถามว่ามาจากร.ร.ใหน ชื่นใหม่ตอบมาว่า มาจากร.ร.นี้ เราก็ปล่อยให้เขาเข้ามาเรียน โดยที่ใม่ใปวางอำนาจ ประกาศศักดา ว่ามรึงมาเรียน ชื่นแล้ว ต้องอย่างนั้น อย่างนี้ กับ สถาบันเก่า แต่พวกเรา ชื่นเก่า ขออย่างเดียว ช๊อปดำที่คุณใด้ใส่ จงรักษาเท่าชีวิต อย่าให้โดนตบใปง่ายๆ สมัยก่อนเช๊คข่าวง่ายครับ ว่าใอ้นี่สู้หรือใม่สู้ในการรักษาช๊อป กรุงเทพมันแคบครับสมัยก่อน สำหรับ ชื่นแล้ว ในยุคผมจะรับน้อง ตอนวันใหว้ครู คุณจะเข้ามาปีใหนก็แล้วแต่ ต้องรับน้องครับ ปี 1 2 3 ต้องเหมือนกันหมด ใม่มีอะไรหรอกครับ หลอกครู หาเรื่องกินเหล้าในร.ร.ก็แค่นี้แหละครับ ส่วนมาก ยุคเก่าเด็กค้างปีมาลงเรียน ชื่นเยอะครับ ปี1บางทีแก่กว่าปี3 ก็ยังมี ระบบมันก็คล้ายๆกันกับ4ร.ร. ในยุคนั้น ใม่มีหรอกครับ กับการปลูกฝัง ให้คลั่งใคล้ ใหลหลง ชื่อเสียงแบบบ้าๆ แต่ก็ใม่ใด้แอนตี้ครับ กับคำว่าระบบ หรือ รุ่น แต่มันต้องใช้ให้เหมาะสม คนถ้าจะเป็น รุ่นพี่เขาจริงๆ ต้องสอนน้องเรื่องวิชา ความรู้ ในสายอาชีพ ที่คุณเรียน การวางตัว การอยู่ร่วมในสังคม ให้คนรอบข้างยอมรับ อย่างนี้เขาถึงเรียกว่า เก๋าจริง ใม่ใช่เอ่ยชื่อมา เขาแอบถุยน้ำลายอยู่ในใจ ใม่ใด้ว่าใครน่ะครับ ผมก็พล่ามของผมใปเรื่อยเปื่อย

  13. รู้จัก พี่โอ ชื่อจริง เลิศศัก ศักดา ไหมครับ ที่สมัยเรียนรู้สึกจะสาย80มั้ง แล้วตอนหลัง มาเรียนเก็บ กสด สมัยเรียนพี่เขาเป็นไงบ้างครับ และเขาเกม คดีอะไรหรอครับ เห็นรอยสักพี่เขาอย่างน่ากลัว แต่พี่เขานิสัยดีมากๆ

  14. โอ หรือเลิศศักดิ์ ศักดา เรียนห้องเดียวกับ เพื่อนๆในห้องเราจะเรียกว่าโอแคม โอเป็นคนรูปหล่อ ห่วงหล่อ และที่สำคัญเจ้าชู้ตัวยง เนื่องเพราะเค้าหน้าตาดี ก้อเลยทำแบบนั้นได้ ไม่เหมือนผม 5555+
    โอนิสัยดี ขี้เล่น เป็นกันเองกับเพื่อนฝูง อินจะมีสิ่งนึงที่พวกเราจะแอนตี้มากคือห้ามวางฟอร์มกับเพื่อน ฉะนั้นหากอยู่ใน ร.ร. ทุกคนจะต้องไม่มีฟอร์มกับเพื่อนฝูง ไม่ว่าจะปี1กับปี3 หรือจะปี2กับปี1 เพื่อนกันต้องไม่วางฟอร์ม
    โอก้อเป็นแบบนั้น สนุกสนานกับเพื่อนได้ตลอด โอจะเป้นขาลุย แต่ลุยกะ ญ สะส่วนใหญ่ (แต่ถึงเวลาบู๊ ก้อเอาตลอด ไม่เคยทิ้งเพื่อน)เพราะเค้าหล่อ มักจะท่องเที่ยว ไปเรื่อย สักพักก้อพา ญ. มาโชว์เพื่อนแบบเปลี่ยนหน้าไปเรื่อย คิดแล้วอิจฉามันนักเชียว
    (

  15. ประมาณปี2533หรือ34เป็นวันเสาร์ มีคอนเสิรต7สีจำไม่ได้ว่าวงอะไร แต่งานนั้นมากันครบ กนก อินทร บู ชื่น เหลิม พกท กวศ หลังเลิกก้อตีกันเละไม่รู้ใครกับใครกันบ้าง พัวพันมาถึง โลกดนตรีมีซ้อม ยาวมายันอนุเสาวรีย์ จนบ่าย3ได้จึงสงบ บังเอิญวันนั้นผมรอดมาได้กับเพื่อนอีกคน(ไม่ขอเอ่ยชื่อและสถาบันนะครับ) กลับมาถึงบ้านเอามอไซด์ไปส่งเพื่อนที่ซอยเพชรบุรี5ประมาณ5โมงเย็นกว่า เข้าไปถึงริมทางรถไฟ สิ่งที่ผมเห็นทำให้ผมเก็บความสงสัยมาจนวันนี้ ดาอินทร39และอินทรอีก2-3คน วิทย์กนก อีโน ต่อ จ๋อง พกท และมีกวศอีกคน นั่งเป็นกลุ่มเดียวกัน คุยกันเหมือนเพื่อนสนิท งงครับ ทำไมอยู่ที่อื่นเจอกันต้องมีบู๊ แต่ภาพที่ผมเห็นมันกับกัน ที่แท้พวกระดับประทานเขารู้กันรึเปล่า ปล่อยให้พวกเราเล่นกัน งงครับ ใครรู้ช่วยบอกให้หายสงสัยที

  16. ถึง พี่ชื่นเก่าแต่ใม่แก่ โดนใจผมเลยที่พี่พูด ผมเคยเรียนสถาบันหนึ่งเเถวฝั่งธน สมัยปี41 เรียนปวช ก็ถือว่าดังในระดับนึงตอนเรียน คือส่วนตัวผมชอบไปเปิดตัวตามคอนเสริต เเถวฝั่งธน สมัยนั้นก็ เซนปิ่น เดอะมอล์บางเเค(ไปกันเเค่ 10 กว่าคน ไปรวมกับโรงเรียนนึงย่านนั้น สมัยนั้นยังดีกันอยู่) หรือไปล่องกับเพื่อนต่างสาย เพื่อนที่มีก็มีทั้งรุ่นเดียวกันเเละรุ่นที่มันตกมาเรียนกับผม รับน้องก็เเค่พาไปออกงาน กินเหล้าหลังโรงเรียน ใครไม่ชอบก็ไม่บังคับ
    เเล้วก็จบไป หลายปีผ่านไป(5-6ปี) ได้กลับไปเรียนอีกครั้งในระดับสูงขึ้น(รอบค่ำ) ได้เจอศิษย์ปัจจุบัน ถามว่ามึงรุ่นไหน(ประมาณว่ามันจะรับน้องผม) ผมก็ ตอบชื่อรุ่นไป เเล้วสิ่งที่มันตอบกลับมา ทำให้ผมเจ็บปวดนัก กุไม่รู้กุไม่สน กุ….ค่่ำ(ตามด้วยรุ่นมัน) ผมได้เเต่คิดไหนใจ ไอ้ห่ากุย้อนเวลากลับไปได้กุจะเอาเเม่งให้จมตีนเลย(พวกมันอยู่กันประมาณ20-30คน ผมหมาหัวเน่า) เเล้วนึกไปนึกมายิ่งเจ็บปวด ตอนผมเรียนที่สถาบันนั้น เเม่งขะหมอยยังไม่ขึ้นกันเลย สงสัยกรรมตามทัน ตอนผม ปวช ปี 3 ก็เคยไล่กระทืบ ปวส ค่ำ(พาณิชย์)T-T

  17. รุ่นพี่ ประมาณรุ่น 27-28จำไม่ได้ เค้าเล่าให้ฟังว่าช่างกลวิทยาเคยจี้รถเมล์ไปตีอุเทนนะคับ
    สมัยผมเรียน 32-34 กระโดดถีบอุเทนที่เวิลเทรค อีกไม่กีวันมันมาที่ ร.ร เลย 55 และส่วนมากพวกผมจะเล่นกับ อุต 137 ประจำ แต่ไทยวิ 24 ก็เคยมาเล่นเราที่ ห้วยขวาง แต่โดนเราบวกสะ หนีหมด และคอนเสิด ทุกวันอาทิตกันเลย อิม ลาดพร้าว จัดกับ พกท บ่อยและไอ้ สพช.ดินแดง อีกมันชอบเปรี้ยว 55 แล้วพวกเราหลายคน ก็ย้ายไปเรียน มีนโป กันคับผม

  18. เห็นด้วยว่า อินทร นั้น หวงเสื้อ ช็อบ ที่ใส่มาก คือตอนนั้น เพื่อน รุ่นพี่ 2 คนแต่งตัวชุด ธรรมดา ไปเดินแถว อนุสาวรีย์ เห็นเด็ก อิน แต่ไม่ได้ใส่เสื้อ ช็อบ แบบถือไว้ เลยเข้าไปขอดื้อๆ แล้วใครจะไปให้มือเปล่าๆ ก็เลยโดนรุมต่อยกระทืบ กว่าจะได้มา เห็นรุ่นพี่บอกว่า โครตเหนื่อย อิน รุ่นหลังๆ นี้ไม่ค่อยพก ของหนัก นะครับ

  19. ยังมีอีกเรื่อง เรื่องนี้ ตอนอยู่ อนุสาวรีย์ เพื่อนผมมันกลับบ้านช่วงหัวคำ่ เจอ อินทร บ่อย ส่วนใหญ่โดนไล่ มีอยู่ วันหนึ่ง มันกับเพื่อนยืนรอรถ อยู่ วันนั้น เจอเด็ก อินทรเดินมา 2-3 คนได้ มันคิดอะไรของมันไม่รู้ คว้าไม้อันเบ้อิเริ่มฟาดเข้า หัว เด็กอินทร ถึงกับ ล้มควำ่ แล้วมันก็วิ่งหนี เหลือแต่เด็ก อินทร คนนั้น ไม่รู้จะตาย ไหม อีก วันมันก็โดนดักที่ อนุสาวรีย์ ถึงต้องเปลี่ยน เวลา กลับ บ้าน

  20. พอได้อ่านแล้วรู้สึกดีๆ ช่วงหนึ่งในชีวิต บางทีเราเป็นผู้ล่า บางทีเป็นผู้ถูกล่า ชีวิตตื่นเต้น โจกท์ของกุล อันดับ1 สยามเล็ก ซี้ ก็คงราชสิทธิ์ ที่ไม่มีเรื่องเพราะ กับรถสายเดียวกัน สาย 43

  21. # หนู ว่ายุคก่อนเจ๋งมากเลยค่ะ นักเรียน นักเลง มีความสุขกับการไปเรียน รักในสถาบัน ไม่ทำใครที่ไม่มีทางสู้ ไม่เหมือนสมัยนี้

  22. คุณนิรนามแต่งเรื่องเก่งจังครับเดินเข้าไปขอชอปพี่อินทร แบบดื้อโดนรุมต่อยแต่ก็ได้มา คนเดียวเนี่ยนะครับโคดโม้เลย เหาะได้ด้วยไหมครับพี่คุณอ่ะ
    ผมอาชีวะฝั่งธนครับ เรียนจบม.3กะต่อชื่นเลยครับบ้านผมอยู่ศรีย่าน แถวอชศ อยากเข้าชื่น66พอจบม.3พีชื่นก็ดันปิด ทำเอาหัวใจดวงน้อยๆของผมมผิดหวังมากๆ

  23. ใครอยู่ชื่นปี39 ขอเสียงหน่อย เราไชโย ผางสระน้อย (โย39ชื่น) ไปเรียนได้พักนึงโดนเข้ท่าพระ. ตลิ่งชัน ตบช็อปหน้าโรบินสัน หลังอินปิด สมัยนั้นก็มีเข้ท่าพระ เข้ดังมาก มาดักยิงชื่นบ่อย เราเกมเพราะไปเล่นสถาบันขาใหญ่ หน้ามาบุญครอง จนหมดฟอล์ม แต่ซวยตรงที่เราเล่นลูกพัศดีเรือนจำ มีตาที่มีตำแหน่งใหญ่โต ในกระทรวงยุตติธรรม ตำรวจเลยตามงานจนจับเราได้ ติดอยู่3ปี โดนเอาคืนตั้งแต่วันแรกที่เข้าไป โดนแกล้งตลอดที่อยู่ในนั้น อยากบอกเด็กสมัยนี้ จะเล่นใครต้องดูดีๆ บางทีไม่ใช่ลูกตาสีตาสา อาจซวยหนักเหมือนผม ทำร้ายร่างกายติด 3 ปี ไม่รออาญา

  24. ผมเป็นเด็กคนนึง ที่ชอบอ่านประวัติ พวกพี่ ๆ มากครับ โดยเฉพาะ ผมชอบ เรื่องของ พี่อิน และ พี่ชื่น มากครับ ถ้าเป็นไปได้ ถ้าชื่น กับ อิน ยังไม่ปิด ผมจะไปสมัครเรียนเลย

    • กรุงเทพเทคนิคนนท์ตอนนี้เปลี่ยนเป็นเทคโนโลยีปัญญาภิวัตครับ ปัญญาภิวัฒเล่นกับพวกผมบ่อยครับ เดี๋ยวนี้เจอกันไม่ได้ ผมมีรุ่นพี่ผมชื่ออูฐ กทน สาย104 เขาเล่าให้ฟังว่าต้องแย่งกันขึ้น104กับไทยวิ แย่งกันทุกเช้า จากที่ฟังพี่อูฐแกเล่ามา ขออภัยที่กล่าวถึงสถาบันพี่นะครับ ผมเด็กรุ่นหลัง ตอนผมเรียนปวช ตำนานหลายๆโรงเรียนปิดตัวไปแล้วผมไม่ทัน โรงเรียนอยู่ซอยวัดบัวขวัญ ก่อนถึงพันธิพย์งามวงวานศ์ หน้าปากซอยมีโรงจำนำ จากที่รุ่นพี่ผมเล่ามา กทน ก็แสบไม่เบาเลยทีเดียว

  25. คิดถึงยมคับ ผมเป็นเพื่อนยม ที่เพาะช่าง เรียนห้องเดียวกัน คุณพระ32 ก็ด้วย ในห้องชื่นก็มี ยมเป็นคนจิง และรักเพื่อน ผมไปนอนที่บ้านยม ซอยวัดเจ้ามูล เลยมีโอกาสกินเหล้ากับอินที่มาหายม บางคนจะเล่นผม เพราะก่อนหน้านั้นไม่นาน ยม มีปัญหากับสถาบันเก่าผม ถึงต้องเข้าโรงบาล แต่ยมพูดประโยคเดียว “คนนี้เพื่อนกู ไม่เกี่ยว ใครจะเล่นมันกูไม่ยอม”
    วันที่ยมเสีย ผมนั่งกินเหล้าอยู่กลุ่มเดียวกันตั้งแต่เช้า ผมไม่มีโอกาสรู้เลย ว่ามีคนมาตามยมไป มันไม่บอกใครเลย เดินลุยไปคนเดียว กว่าจะรู้เรื่องก็ได้ยินเสียงปืนแล้ว
    อยากบอกว่า “กูคิดถึงมึงนะ” ขอให้ผมบุญที่กูทำ และอนุโมทนาให้มึงทุกครั้ง ขอให้มึงได้รับนะเพื่อน

  26. กรุงเทพเทคนิคนนท์ตอนนี้เปลี่ยนเป็นเทคโนโลยีปัญญาภิวัตครับ ปัญญาภิวัฒเล่นกับพวกผมบ่อยครับ เดี๋ยวนี้เจอกันไม่ได้ ผมมีรุ่นพี่ผมชื่ออูฐ กทน สาย104 เขาเล่าให้ฟังว่าต้องแย่งกันขึ้น104กับไทยวิ แย่งกันทุกเช้า จากที่ฟังพี่อูฐแกเล่ามา ขออภัยที่กล่าวถึงสถาบันพี่นะครับ ผมเด็กรุ่นหลัง ตอนผมเรียนปวช ตำนานหลายๆโรงเรียนปิดตัวไปแล้วผมไม่ทัน

  27. พูดถึงตายม แล้วก็ คถ แก.
    แต่ไม่อยากให้พูดครับ อิน เก่าๆจะรู้กันอยู่เพราะอะไร.

    ผ่าน ตอนเรียนมา ก็ 14-15 ปีล่ะ คิดกลับไป ก็สนุกดี บ้าๆบอๆแบบ นั้นได้ไง ฮ่าๆๆ

ใส่ความเห็น

อีเมล์ของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น

*

คุณอาจจะใช้ป้ายกำกับและคุณสมบัติHTML: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>